01 Junศาลสั่งจำคุก “ทอม ดันดี” 7 ปี 6 เดือน คดีมาตรา 112

ศาลพิพากษา จำคุก “ทอม ดันดี” เป็นเวลา 7 ปี 6 เดือน คดีเผยแพร่คลิปข้อความหมิ่นเบื้องสูง ม.112

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นำตัว นายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือ ทอม ดันดี อดีตนักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง มายังศาลอาญา ฟังคำพิพากษา คดีที่อัยการฟ้องฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และการกระทำผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กรณีร่วมกับพวกที่ยังหลบหนี ขึ้นเวทีปราศรัยให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. โดยได้ใช้ถ้อยคำหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 และนำคลิปคำปราศรัยไปเผยแพร่

โดยคดีนี้ศาลได้สอบคำให้การ ทอม ดันดี จำเลย และตรวจหลักฐาน เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ และได้แถลงต่อศาลขอเปลี่ยนคำให้การเดิมจากที่เคยให้ปฏิเสธ ขอเป็นให้การรับสารภาพไม่ต่อสู้คดี เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดหลายกรรม ให้ลงโทษจำคุก กรรมละ 5 ปี รวม 15 ปี แต่คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 7 ปี 6 เดือน

23 Mayแก๊งเงินกู้โหด ไม่จ่ายดอก 800 รุมซ้อมลูกหนี้เจ็บหนัก

(23 พ.ค.) พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีแก๊งค์เงินกู้นอกระบบยกพวกรุมทำร้ายลูกหนี้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในบ้านพักไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ซอย 46 สุขุมวิทพัทยา (ซอยส้มปอย) พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจเร่งตรวจสอบและติดตามจับกุม

ในที่เกิดเหตุพบ นายนพดล อายุ 38 ปี ผู้เสียหาย พร้อมครอบครัวประกอบด้วยภรรยาและลูกสาว อยู่ในอาการหวาดกลัวยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านพัก โดยตัวผู้เสียหายถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บจนสภาพศีรษะแตก ใบหน้าบวมปูดเสื้อผ้าเต็มไปด้วยคราบเลือด เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งรพ.บางละมุง

สอบสวนนายนพดล ผู้เสียหาย ให้การว่า ขณะที่กำลังนั่งอยู่หน้าบ้านพัก มีนายเอกชัยเจ้าของเงินกู้นอกระบบในพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งกู้เงินกันมานานกว่า 10 ปี ได้พาลูกน้องจำนวน 3 คน เข้ามาทวงเงินดอกเบี้ยเป็นจำนวนเงิน 800 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นานได้กู้เงินนอกระบบจากนายเอกชัย จำนวน 40,000 บาท

แต่เนื่องจาก 2-3 วันที่ผ่านมาทางครอบครัวไม่ได้ออกขายของจึงพยายามขอเลื่อนวันจ่ายดอกเบี้ยออกไป ทางนายเอกชัยไม่ยอมเจรจาใดๆ เลยยกพวกรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บดังกล่าว พร้อมกับใช้เท้ากระโดดถีบประตูบ้าน ข่มขู่คนในครอบครัวให้ลบภาพคลิปหลักฐานอีกด้วย หลังเกิดเหตุนายเอกชัยก็พาพวกหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ภายหลังสอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่พอทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว อย่างไรก็ตามจะได้สั่งการชุดสืบสวนออกติดตามแก๊งเงินกู้นอกระบบมาเฟียรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีอุกอาจ ส่วนประเด็นเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่คงจะต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

21 Mayเมย์ เฟื่องอารมย์ ฉลองวันเกิด เพื่อนเซเลปปาร์ตี้..ปีนี้เข้าหลัก 4

เมื่อคืนนี้..คุณแม่ยังสวย ”เมย์ เฟื่องอารมย์” ขออนุญาต น้องมายู แบบเฉพาะกิจ มาร่วมสังสรรค์กับกลุ่มแก๊งเพื่อนคนสนิทในงานฉลองวันเกิดของตัวเอง ที่มักจะมีเพื่อนๆ จัดให้เป็นประจำทุกปี และปีนี้ก็เช่นเดียวกัน พิเศษหน่อย..ก็ตรงที่ ย่างเข้า “หลักสี่” กับเขาบ้างแล้ว

งานนี้เพื่อนซี้ตัวติดกันอย่าง “อั้ม พัชราภา” ไม่พลาดที่จะเป็นแม่งาน พร้อมชักชวนชวนแก๊ง ไม่ว่าจะเป็น เอ ศุภชัย, ติ๊ก กัญญารัตน์, แนน ชุมพิตา, แนน ปิยะดา หรือ บี มาติกา มาร่วมปาร์ตี้ในธีมเบาๆ สไตล์ลมร้อนซัมเมอร์แบบนี้

แม้จะขาดเพื่อนสาวอีกหลายคน ที่ติดภารกิจส่วนตัวที่ต่างประเทศ แต่เจ้าของวันเกิด..ไม่มีกร่อย  สาวเมย์ ยังคงเหมาะสมกับคำว่า “แม่ก็คือแม่” แทบไม่น่าเชื่อว่าตัวเลขอายุจะไปคอยใคร แต่ความสวยสะพรั่งยังคงอยู่กับพวกเธอจริงๆ

18 Mayโน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ทายาทธุรกิจหมื่นล้าน เรเซอร์การไฟฟ้า

ถือเป็นนักธุรกิจที่หน้าจับตามองมากที่สุดอีกคนหนึ่งก็ว่าได้ สำหรับ โน้ต วิเศษ รังสีสิงห์พิพัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มหล่อ ผู้เคยดูแลหัวใจนางเอกสาว ปู ไปรยา และเป็นน้องชาย น็อต วิศรุต สามีของซุปตาร์ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต

โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์

โน้ต วิเศษ นอกจากบทบาทความเป็นนักธุรกิจ หนุ่มคนนี้ยังมีเสน่ห์แรงไม่เบา เพราะเขาเคยมีข่าวเคยคบหาดูใจกับนางเอกสาว อั้ม พัชราภา ก่อนที่ทั้งคู่จะเลิกรากัน จนในที่สุดหนุ่มโน้ตได้รู้จักและพัฒนาความสัมพันธ์กับนางเอกสาว ปู ไปรยา ยาวนานกว่า 5 ปี ซึ่งทั้งคู่หมั่นเติมความหวานให้กันตลอด จนหนุ่มโน้ตเคยให้สัมภาษณ์ ถึงความสัมพันธ์เมื่อปลายปีที่แล้วว่า “คบมานานขนาดนี้น่าจะใช่แล้วล่ะครับ เห็นเขาสวยยังไงภายในเขาก็สวยอย่างนั้นเลย ที่บ้านผมชอบเขานะ ส่วนเรื่องเขาแต่งเซ็กซี่ผมมองว่าเป็นงานนะครับ ไม่ได้ซีเรียสอะไร เขาทำยังไงก็ไม่เซ็กซี่ลงไปกว่านี้หรอกครับ” (ยิ้ม)”

งานนี้ต้องบอกว่าถึงแม้ว่าสถานะจะเปลี่ยนไปยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้หนุ่มโน้ตและอดีตหวานใจด้วยนะครับ

โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์

สำหรับ โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์ เรียนจบไฮสคูลที่ประเทศออสเตรเลีย จบปริญญาตรี ด้านวิศวกรรม และไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านธุรกิจ ที่ประเทศอังกฤษ เขาเป็นทายาทหมื่นล้าน บริษัท เรเซอร์การไฟฟ้า ( ประเทศไทย ) จำกัด เป็นลูกชายคนสุดท้อง ของ นายวินัย (ถึงแก่กรรม)และ อุไรวรรณ รังษีสิงห์พิพัฒน์ มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน คือ

1. นภาวิไล รังสีสิงห์พิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ – กลุ่มบริษัทเรเซอร์

2. ดร. รัฐวิไล รังษีสิงห์พิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ – เธอได้รับรางวัล สตรีนักบริหารดีเด่น สาขาสตรีนักบริหารเอกชนดีเด่น ประจำปี 2555

3. นาย วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ ( น็อต ) กรรมการบริหาร จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล และไปเรียนต่อไฮสคูลที่ Canderwell grammar school ประเทศออสเตรเลีย จนสามารถคว้าปริญญาตรี วิศวกรรมไฟฟ้าที่ RMIT University เมลเบิร์น ออสเตรเลีย จากนั้นได้กลับมาประเทศไทย เพื่อเรียนต่อ จนจบปริญญาโทที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

4. นาย วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ( โน้ต ) กรรมการบริหาร – เรียนจบไฮสคูลที่ประเทศออสเตรเลีย จบปริญญาตรี ด้านวิศวกรรม และไปต่อ ปริญญาโทด้านธุรกิจ ที่ประเทศอังกฤษ

เป็นยังไงกันบ้างครับได้รู้จักผู้ชายชื่อ โน้ต วิเศษ รังสีสิงห์พิพัฒน์ กันมากขึ้น แบบนี้ต้องบอกว่าเพียบพร้อมทั้งหน้าตาและความสามารถเลยครับ

23 Marเคล็ดลับ ซื้อรองเท้าวิ่งอันใหม่ให้ได้เหมาะกับเรา

เทรนด์ของการบริการร่างกายกำลังมาแรงอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่ง ดูได้จาก  Facebook ที่เพื่อนๆผลัดกันโชว์ภาพชูเหรียญมาราธอนงานใหม่ๆ กันทุกอาทิตย์ตั้งแต่เช้าตรู่ 
 
ในขณะที่เราเพิ่งขยี้ตาตื่นนอน ถ้ามันจะอินเทรนด์ปานนี้แล้วสำหรับคนที่อยากมาทดสอบวิ่งบ้าง จะเริ่มอย่างไรให้ง่ายที่สุด ชัดเจนว่าอุปกรณ์ที่เด่นที่สุดคงต้องเป็นรองเท้า และถ้าหากจะเลือกรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ให้ดีที่สุด เรามีกลยุทธ์แบบนักวิ่งมาราธอนมาฝาก
 
1. เลิกเอารองเท้าผ้าใบที่ใส่เดินเล่นตามดีพาร์ทเมนต์สโตร์มาใส่วิ่ง เลือกรองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งจะดีกว่าครับ ทุกคนบอกว่ารองเท้าผ้าใบก็แบบเดียวกัน แต่จริงๆแล้วรองเท้าที่ออกแบบเพื่อวิ่งโดยเฉพาะจะรองรับน้ำหนักได้เหนือกว่าซึ่งจะป้องกันการบาดเจ็บที่อาจจะอุบัติขึ้นได้ดีกว่ารองเท้าผ้าใบทั่วๆ ไป ข้อนี้ง่ายๆครับ เลือกที่เป็น Running Shoes เป็นอันจบ
 
2. นอกจากเลือกรองเท้าให้กระชับกับรูปเท้า ยืดหยุ่นสูงแล้ว ขอบอกว่าพื้นรองเท้าก็ยังผลต่อการวิ่งไม่น้อย ลายของพื้นรองเท้าควรเลือกเฟ้นแบบที่หนา พร้อมทั้งเส้นบนพื้นรองเท้าควรมีเส้นที่ลึกพร้อมทั้งเส้นเป็นทางขวางยาว เพราะรองเท้าวิ่งที่หนาจะช่วยรองรับแรงกระทบจากการวิ่ง ส่วนลายบนพื้นรองเท้าบริเวณฝ่าเท้าควรมีลายขวางยาวให้รองเท้ายืดหยุ่นได้ง่ายและช่วยเพิ่มแรงในการส่งตัวเพื่อดันไปข้างหน้าทำให้วิ่งได้ดีขึ้น
 
3. กระบวนการการลองสลักสำคัญ ควรลองโดยการลองรองเท้าทั้ง 2 ข้าง เพราะธรรมดาเท้าซ้ายพร้อมกับขวาปกติของเราจะไม่พอกัน การกรองโดยลองสวมเพียงผู้เดียว อาจได้รองเท้าที่คับ หรือ หลวมเกินพอดีได้ ต่อจากนั้นผูกเชือกรองเท้าให้แน่น กดที่ด้านหัวของรองเท้า เพื่อเช็คว่าปลายเท้าเราพอดีกับรองเท้าจากนั้นทดลองโดยเดินไปรอบๆ
 
4. นำถุงเท้าไปเองในวันที่ซื้อรองเท้า เพราะว่าการที่ใช้รองเท้าของที่ร้านความหนาของถุงเท้าที่ร้าน ไม่เช่นเดียวกับถุงเท้าที่บ้าน เพราะฉะนั้นแนะนำให้นำถุงเท้าคู่โปรดติดตัวไปลองรองเท้าวิ่งด้วยจะประเสริฐ หรือเลือกซื้อถุงเท้าที่เหมาะสมกับการวิ่งที่ร้านกลับมาพร้อมกับรองเท้าเป็นชุดคู่กันก็โอเคครับ
 
5. จริงอยู่ว่าการวิ่งเป็นกีฬาที่รัดเข็มขัดที่สุด และรองเท้าวิ่งก็มีหลากหลายราคาให้เลือก ฉะนั้นก็เลือกให้เหมาะสมกับเงินในกระเป๋าด้วย และเกี่ยวกับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าการวิ่งเป็นกีฬาที่เหมาะกับคุณหรือเปล่า ถ้ารองเท้าที่ราคาสูงเกินไปก็อาจจะไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปครับ ลองวิ่งไปก่อนจนรู้ว่าวิ่งเป็นการบริการร่างกายที่เข้ากับชีวิตตนเอง ค่อยขยับเลือกรองเท้าที่ราคาสูงขึ้นก็ไม่สายครับ
 
สิ่งที่เด่นที่สุดที่ไม่อยากให้ลืม การวิ่งไม่ใช่ราคา หรือแบรนด์ของรองเท้า แต่มันคือการออกไป “วิ่ง” เพื่อออกกำลังกายต่างหาก ออกไปวิ่งกันครับ

17 Dec10 องค์กรในฝันของเด็กไทยที่อยากร่วมงานด้วย

มธ. เผยผลสำรวจ 10 องค์กรในฝันของเด็กไทยที่อยากร่วมงานด้วย พบมีทั้งองค์กรขนาดใหญ่ของไทย-ต่างประเทศ และอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ Thammasat Business School ทำการสำรวจ TOP 10 Gen NEXT Dream Workplace หรือ 10 สุดยอดที่ทำงานที่ Gen Next อยากร่วมงาน โดยอันดับ 1 คือ ปูนซีเมนต์ไทย หรือ SCG ตามด้วย ปตท. และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยทั้งหมด เป็นองค์กรขนาดใหญ่ของไทย และระดับโลก โดยแบรนด์ขององค์กร ถือว่ามีผลต่อการเลือกของผู้สมัคร และองค์กรก็จะมีตัวเลือกของผู้สมัครมากยิ่งขึ้น ทำให้ได้คนเก่งและคนมีความสามารถมาร่วมงานกับบริษัท

แต่พบว่า อันดับ 4 คนรุ่นใหม่ หรือ Gen NEXT กลับสนใจที่จะเป็นผู้ประกอบการมีธุรกิจของตัวเอง เช่น การเป็น Start Up หรือ ธุรกิจ SMEs มากกว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือน โดยพบว่าปัจจุบัน หลายคนเมื่อเป็นมนุษย์เงินเดือน และสะสมทุน และเรียนรู้การทำงานอย่างเป็นระบบ มีประสบการณ์มากพอ มักจะลาออกไปทำธุรกิจของตัวเอง

 

1213

 

นอกจากนี้คนรุ่นใหม่ปัจจุบัน “Gen Next” เป็นคำที่คณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นิยามขึ้น หมายถึงคนที่อยู่ช่วงรอยต่อของปลาย Gen Y ถึง Gen Z เป็นต้นไป รศ.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า คนที่อยู่ในช่วงวัย Gen Next มีค่านิยมที่ต่างจากคนเจเนอเรชั่นก่อน ๆ คือ เป็นคนทำงานยุคใหม่ที่สร้างความปวดหัวให้กับที่ทำงานได้ และ พฤติกรรมการบริโภค ต่างไปจากเดิมทั้งด้านการใช้จ่าย การรับสื่อ และการสื่อสาร โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างมาก

ซึ่งประเทศไทยมีสัดส่วนคนกลุ่มนี้ประมาณ 20% เพื่อตามพวกเขาให้ทัน ผู้ประกอบการจะต้องมีนโยบายที่ยืดหยุ่น หรือปรับให้เป็นไปตามความต้องการ ทั้งเชิงผู้ซื้อแต่ละรายจะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ One Size Fit All อย่างเมื่อก่อนนั้นคงทำไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เช่น
Platform Model เป็นที่ที่ไม่ใช่ให้คนมาซื้อขายอย่างเดียว แต่เป็นการที่ผู้ขายสามารถพัฒนาธุรกิจ และเติบโตบนแพลตฟอร์มเพื่อตอบโจทย์ให้กับผู้ซื้อ

รวมทั้งนายจ้างและองค์กรธุรกิจ ต้องปรับรูปแบบการทำงานรองรับกับจำนวนของ Gen Next ที่เพิ่มมากขึ้น บริษัทต้องมี Multi HR Policy ตั้งแต่การสมัครงาน ผลตอบแทนต่าง ๆ เป็นต้น โดยควรมีรูปแบบการจ้างงานที่คนสามารถเลือกได้ เพราะบางคนอยากทำงาน 5 วัน หรือแบ่งเป็นทำงานที่ออฟฟิศ 3 วัน และทำงาน 2 วันที่บ้าน เพื่อดึงดูดให้ทาเลนต์ (Talent) หรือคนที่มีความรู้ความสามารถมาอยู่กับองค์กร รวมทั้ง ค่าตอบแทน การประเมินผล และการโปรโมต ต้องคิดรูปแบบการจัดการใหม่ทั้งระบบการจ้างงานและการติดตาม รวมถึงต้องปรับการประเมินการทำงานที่วัดจากกระบวนการทำงานไปสู่การดูจากผลลัพธ์ของงานซึ่งต้องได้ตามเงื่อนไขที่วางไว้ ไม่ใช่กำหนดด้วยกฎระเบียบ เวลาเข้า-ออกงาน สถานที่ทำงาน

แต่ความยากคือคนเหล่านี้จะถูกเพ่งเล็งจากคนอื่นด้วยความรู้สึกว่าไม่เท่าเทียม ถ้าองค์กรสามารถแบ่งเรื่องงานให้ชัดเจน บอกถึงเงื่อนไขการทำงาน ผลตอบแทน และการประเมินที่ต่างกัน จะทำให้คนในองค์กรมีความเข้าใจและเกิดไม่อิจฉากัน

และต้องเปลี่ยนฝ่ายบุคคล หรือ HR ต้องสร้างกระบวนการที่ทำให้ทุกคนเป็นเพื่อนกัน แทนเน้นขับเคี่ยวการประเมินผล เป็นการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ของคนในองค์กรให้ได้มากที่สุด เพื่อทำให้คนรู้สึกว่าแม้จะมีความแตกต่างกัน แต่ก็มีความสุขที่จะทำงานในองค์กรเดียวกัน ซึ่งนับว่าเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง และคนยุค Gen Next จะเป็นคนรุ่นต่อไปในอนาคต